Recursive ปล่อย Flint โมเดลเขียนโค้ด 40B-A2.5B ใต้ Apache-2.0 รันบน Mac 48GB ได้ — ชนะ MoE ขนาดเดียวกันขาด แต่ยังแพ้ Qwen3.8 แบบ dense ใน 4 จาก 6 benchmark
Recursive Superintelligence สตาร์ทอัปของ Richard Socher ที่ออกจาก stealth พร้อมเงินทุน $650 ล้านเมื่อเดือน พ.ค. ปล่อยโมเดลตัวแรกเมื่อ 21 ต.ค. 2026 ชื่อ Flint เป็นโมเดล mixture-of-experts สำหรับ coding agent ขนาด 39.8B พารามิเตอร์ ใช้งานจริงต่อโทเคนประมาณ 2.5B น้ำหนักโมเดลทั้ง 4 repo บน Hugging Face (org RecursiveSI) ใช้ Apache-2.0 และมีไฟล์ LICENSE จริงแนบมา ไม่ได้ระบุไว้แค่ใน metadata ของการ์ด
สิ่งที่ทำให้ Flint น่าสนใจกว่าโมเดล open-weight ทั่วไปคือ Recursive ปล่อยของครบชุดสำหรับใช้งานบนเครื่องตัวเองตั้งแต่วันแรก มีไฟล์ quantize 4-bit ขนาด 22-26GB สำหรับ Mac ที่มี unified memory 48GB และ GPU NVIDIA ที่มีหน่วยความจำ 48GB มี engine ของตัวเองชื่อ rec และ llama.cpp merge โค้ดรองรับ Flint ภายในวันเดียวกัน ส่วนตัวเลข benchmark บริษัทวัดเองทั้งหมด ซึ่งกราฟของบริษัทเองก็แสดงว่า Flint ยังเป็นรองโมเดล dense ขนาด 27-31B ในงานเขียนโค้ดหลายรายการ
สเปก: MoE ที่ active แค่ 2.5B แต่ context 262K
จากการ์ดโมเดลและ config.json:
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| พารามิเตอร์รวม / active | 39.8B / ~2.5B (นับ output head ด้วย ถ้าไม่นับเหลือ ~2.2B) |
| เลเยอร์ | 49 ชั้น: dense 2 ชั้น + MoE 47 ชั้น |
| Expert | 256 routed เลือก 6 ตัวต่อโทเคน + shared expert 1 ตัว |
| Attention | sliding window 512 โทเคน 35 ชั้น + full attention 14 ชั้น (ชั้น full ไม่ใช้ positional encoding) |
| Context ที่ระบุในการ์ด | 262,144 โทเคน (รวม input และ output) |
| Knowledge cutoff | มิ.ย. 2026 |
| Input / Output | ข้อความเท่านั้น |
ตรงนี้มีจุดที่ไม่ตรงกันอยู่หนึ่งจุด บล็อกเปิดตัวบอกว่า Flint รองรับ context “สูงสุด 512k” แต่แนะนำให้ใช้ไม่เกิน 256k ขณะที่การ์ดโมเดล, config.json (max_position_embeddings: 262144) และคำสั่ง llama-server ทุกตัวอย่างใช้ 262,144 โทเคน นักพัฒนาควรถือ 262K เป็นเพดานจริง จนกว่าบริษัทจะปล่อยคอนฟิกสำหรับ 512K
Recursive บอกว่าทีม “คนและ agent” ขนาดเล็กสร้าง Flint ตั้งแต่ศูนย์ภายในเวลาไม่ถึง 4 เดือน ทั้ง pretraining, mid-training, SFT และ RL แต่ไม่เปิดเผยปริมาณ compute หรือข้อมูลที่ใช้
รันที่ไหนได้บ้าง
| ไฟล์ | ขนาด | ฮาร์ดแวร์ที่ระบุ |
|---|---|---|
flint (BF16) | ~80GB | B300 หรือ H200 1 ใบผ่าน SGLang kit ที่แนบมา (ยังไม่มีโค้ดโมเดลสำหรับ Transformers) |
flint-nvfp4-gguf | 22.9GB | GPU NVIDIA แนะนำหน่วยความจำ ≥48GB ทดสอบแล้วบน B300, RTX PRO 6000 Blackwell, RTX Spark, DGX Spark |
flint-int4-gguf (Q4_1) | 26.0GB | Mac Apple Silicon unified memory ≥48GB ผ่าน llama.cpp Metal |
flint-int4 (MLX) | 22.6GB | Mac ผ่าน rec |
llama.cpp: PR #30928 “models: Add Flint model” merge เมื่อ 21 ต.ค. เวลา 21:26 UTC และอยู่ใน build b11803 เป็นตัวแรก ถ้าใช้ build เก่ากว่านั้นจะโหลดไฟล์ไม่ได้
rec: engine ที่ Recursive เขียนเอง (โค้ดบน GitHub ใต้ Apache-2.0) รองรับเฉพาะ M4 Pro, M5 Pro และ M5 Max ที่มีแรม 48GB ขึ้นไป ติดตั้งด้วย curl | bash แล้วสั่ง rec launch pi หรือ rec launch opencode ได้เลย บริษัทอ้างว่าเร็วกว่า llama.cpp 1.4-2.6 เท่า บน M4 Pro แต่ออกแบบมาให้ใช้ทีละ session เท่านั้น ถ้าจะรันหลาย agent พร้อมกันต้องใช้ SGLang
ตัวเลขความเร็วในบล็อกคือ มากกว่า 125 โทเคน/วินาที บน MacBook Pro M4 Pro และ มากกว่า 150 โทเคน/วินาที บน RTX Spark 64GB “ที่ context สั้น” หมายเหตุใต้กราฟบอกว่าเป็นค่าเฉลี่ยตลอด session 128K โทเคน ไม่นับเวลา prefill ซึ่งสำหรับ coding agent ที่ต้องอ่าน repo ยาว ๆ prefill มักเป็นส่วนที่ทำให้รอนานที่สุด
Benchmark: ชนะกลุ่มเดียวกันขาด แต่ไม่ได้ชนะทุกตัว
ตัวเลขจากกราฟบนการ์ดโมเดล (Recursive วัด Flint เอง ใช้ pass@1 เฉลี่ยอย่างน้อย 5 ครั้ง):
| Benchmark | Flint BF16 | Flint NVFP4 | Qwen3.6 (MoE ~35B-A3B) | Qwen3.8 (dense) | Muse Glimmer (dense) |
|---|---|---|---|---|---|
| Terminal-Bench 2.1 | 54.9 | 53.7 | 44.9 | 73.0 | 51.7 |
| SWE-bench Pro v2 | 89.7 | 88.5 | 73.8 | 94.9 | 86.0 |
| SWE-bench Verified | 74.2 | 74.1 | 73.4 | 75.6 | 76.0 |
| LiveCodeBench v6 | 80.3 | 80.8 | 80.4 | 90.3 | 63.5 |
| IFBench | 89.2 | 88.1 | 67.9 | 79.5 | 77.0 |
| IFEval | 95.1 | 94.6 | 89.6 | 94.6 | 94.7 |
ข้อเท็จจริงที่อ่านได้จากตารางนี้:
- ในกลุ่ม MoE ขนาดใกล้กัน Flint นำห่างจริง Terminal-Bench 2.1 สูงกว่า Qwen3.6 ถึง 10 จุด และ IFBench สูงกว่า 21 จุด ซึ่งตรงกับที่บริษัทอ้างว่าเป็น “MoE ที่ดีที่สุดที่ต่ำกว่า 50B” ในงาน agentic coding
- แต่ Qwen3.8 แบบ dense ชนะ Flint ใน 4 จาก 6 รายการ โดยเฉพาะ Terminal-Bench (73.0 กับ 54.9) และ LiveCodeBench (90.3 กับ 80.3) Flint ชนะเฉพาะฝั่ง instruction following (IFBench, IFEval)
- NVFP4 แทบไม่เสียคุณภาพ ห่างจาก BF16 ไม่เกิน 1.2 จุดในทุกรายการ บล็อกบอกว่าเฉลี่ยแล้วต่างไม่ถึง 0.7 จุด ทั้งที่ quantize
lm_headเป็น 4-bit ด้วย ซึ่งปกติคนมักไม่ทำ - วิธีวัดไม่เท่ากัน การ์ดระบุเองว่าคะแนน Terminal-Bench ของ Flint นับข้อที่แก้ได้ด้วยการค้นเว็บเป็น “ไม่ผ่าน” ส่วนตัวเลขของคู่แข่งที่ผู้พัฒนารายงานเองอาจไม่ได้หักแบบเดียวกัน ช่องว่างกับ Qwen3.8 บางส่วนจึงอาจมาจากวิธีวัด และ SWE-bench Pro v2 ทุกตัวในกราฟ Recursive วัดเอง
บล็อกยังเตือนตรง ๆ ว่า Flint “อาจต้องการคำแนะนำมากกว่าโมเดล closed-source ขนาดใหญ่ที่คุณคุ้นเคย” และควรแตกงานซับซ้อนเป็นงานย่อยพร้อมคำสั่งที่ชัดเจน
มุมมอง AI Curator
ข้อได้เปรียบของ Flint ไม่ได้อยู่ที่คะแนนสูงสุด แต่อยู่ที่คะแนนต่อหน่วยความจำและต่อความเร็ว โมเดล dense 27B ที่ทำ Terminal-Bench 73 ต้องประมวลผลทั้ง 27B พารามิเตอร์ทุกโทเคน ส่วน Flint ใช้แค่ 2.5B จึงเร็วกว่าหลายเท่าบนเครื่องเดียวกัน สำหรับ coding agent ที่วนอ่านไฟล์ รันเทส และแก้โค้ดเป็นร้อยรอบ ความเร็วระดับ 125 โทเคน/วินาทีบนโน้ตบุ๊กเปลี่ยนประสบการณ์ได้มากกว่าคะแนนที่เพิ่มขึ้นไม่กี่จุด คำถามที่ควรถามก่อนเลือกจึงไม่ใช่ “ตัวไหนเก่งกว่า” แต่เป็น “งานเรารอ prefill หรือรอ decode” และตัวเลขความเร็วที่บริษัทให้มาไม่นับ prefill พอดี ต้องลองกับ repo จริงของตัวเองก่อนตัดสิน
ข้อที่ควรระวังคือ “รันบนโน้ตบุ๊ก” ในที่นี้หมายถึง MacBook Pro M4 Pro/M5 Pro ที่มีแรม 48GB ขึ้นไป ซึ่งในไทยราคาเกินแสนบาท และ engine rec ไม่รองรับ M1-M3 หรือชิปรุ่นธรรมดาเลย ฝั่ง PC ก็แนะนำ GPU 48GB ระดับ workstation และรายชื่อที่ทดสอบแล้วไม่มีการ์ดเกมมิงรุ่นใดเลย ทีมพัฒนาไทยที่อยากให้โค้ดอยู่ในองค์กรอาจคุ้มกว่าถ้าตั้ง Flint ไว้บน GPU 48GB ใบเดียวแล้วให้ทั้งทีมเรียกผ่าน API ที่เข้ากันได้กับ OpenAI แทนการซื้อ Mac ให้ทุกคน
ในภาพใหญ่ Flint เป็นสัญญาณว่าบริษัทที่ระดมทุนมาด้วยเป้าหมาย “AI ที่พัฒนาตัวเอง” เลือกพิสูจน์ตัวเองด้วยโมเดลเล็ก open-weight ที่ใครก็ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ demo ปิด และ license เป็น Apache-2.0 จริงแบบไม่มีเงื่อนไขซ่อน ต่างจากหลายค่ายที่ช่วงนี้ถอยไปใช้ license แบบกำหนดเองหรือห้ามใช้เชิงพาณิชย์ สิ่งที่ยังต้องรอคือคะแนนจากผู้ทดสอบอิสระ เช่น Artificial Analysis หรือ leaderboard ของ Terminal-Bench เอง เพราะตอนนี้ตัวเลขทุกตัวมาจากบริษัท
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด โมเดลใหม่
Google เปิดตัว Gemini 4 Carbon ขึ้นอันดับ 1 Artificial Analysis v5 ด้วยคะแนน 59 แต่ยังให้ใช้แค่นักป้องกันไซเบอร์กลุ่มเล็ก
Gemini 4 Carbon เปิดตัว 28 ต.ค. แซง Claude Opus 5.5 บน Intelligence Index v5 แค่ 1 คะแนน และตามหลังเพียง 3 คะแนนในดัชนี coding agent ราคาเปิดตัว $2/$10 แต่นักพัฒนาทั่วไปยังเรียกใช้ไม่ได้ ระหว่างที่ Google ค่อย ๆ เปิดผ่านโปรแกรม Fairwind
Microsoft ปล่อย Mage-VL-Cowork โมเดล 4B คุมเดสก์ท็อปและเทอร์มินัลในตัวเดียว ได้ 66% บน OSWorld-Verified สัญญาอนุญาต Apache-2.0
Mage-VL-Cowork ขนาด 4B ของ Microsoft เลือกเองว่าจะคลิกหน้าจอหรือสั่ง bash ทำคะแนน OSWorld-Verified 66.0% ใกล้ค่าอ้างอิงมนุษย์ 72.4% ในตารางเดียวกัน แต่คำว่าดีที่สุดในขนาด 4B มีคู่เทียบบนตารางนี้แค่รุ่นเดียว
Mistral ปล่อยน้ำหนัก Large 4 จริงแล้ว — 1T ราคาลดเกือบครึ่ง แต่บน AA ได้ 26 และสัญญาอนุญาตห้ามขายเป็น API ถ้าไม่มีใบอนุญาตแยก
Mistral ปล่อยน้ำหนัก Large 4 (Le Chonk) เมื่อ 29 ต.ค. เป็นรุ่นที่ฝึก RL ต่ออีกสามสัปดาห์หลัง preview ขนาด 1T ใช้พื้นที่ราว 1.06TB ราคา API ลดเหลือ $0.70/$2.10 Mistral นำ open-weight ด้าน coding แต่คะแนนรวม AA 26 ตามหลังโมเดลจีน และสัญญาอนุญาตกันธุรกิจ Model-as-a-Service