ข้ามไปยังเนื้อหา
โทเคนจากเอเจนต์บน OpenRouter โต 14 เท่าใน 6 เดือน — และ 6 ก.พ. 2026 อาจเป็นวันสุดท้ายที่มนุษย์ใช้โทเคนมากกว่า AI
ธุรกิจและกฎหมาย

โทเคนจากเอเจนต์บน OpenRouter โต 14 เท่าใน 6 เดือน — และ 6 ก.พ. 2026 อาจเป็นวันสุดท้ายที่มนุษย์ใช้โทเคนมากกว่า AI

อ่าน 5 นาที ที่มา: THE DECODER

ตัวเลขชุดหนึ่งที่ THE DECODER รายงานเมื่อ 23 ส.ค. 2026 น่าจะสรุปสภาพตลาดอินเฟอเรนซ์ปี 2026 ได้ในบรรทัดเดียว: บน OpenRouter ปริมาณโทเคนที่ถูกเรียกใช้โดย เอเจนต์ โตจาก 0.51 ล้านล้านโทเคน ในเดือนกุมภาพันธ์ เป็น 7.3 ล้านล้านโทเคน ภายในวันที่ 10 ส.ค. — ราว 14 เท่า ในเวลาประมาณหกเดือน ขณะที่การใช้งานที่มาจากมนุษย์โดยตรงโตเพียง 2.8 เท่า ในช่วงเดียวกัน

ข้อมูลมาจากฝั่ง OpenRouter เอง โดย Peter Walker ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์ของบริษัท เป็นคนนำมาเผยแพร่ และประโยคที่ถูกอ้างต่อมากที่สุดคือข้อสังเกตของเขาว่า 6 ก.พ. 2026 อาจเป็นวันสุดท้ายที่มนุษย์ใช้โทเคนมากกว่าเอเจนต์ — หลังจากนั้นเส้นสองเส้นก็ไม่กลับมาตัดกันอีกเลย

ก่อนไปต่อ ต้องกำกับขอบเขตให้ชัด: นี่คือข้อมูลของ OpenRouter เท่านั้น ไม่ใช่ตลาดทั้งตลาด และ OpenRouter เองก็เอนไปทางโมเดลน้ำหนักเปิดมากกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม ตัวเลขนี้จึงเป็นภาพของ เกตเวย์ที่นักพัฒนาใช้ทดลองและสลับโมเดล ไม่ใช่ภาพของทราฟฟิกที่วิ่งตรงเข้า API ของ OpenAI หรือ Anthropic แต่ทิศทางน่าจะสอดคล้องกัน เพราะผู้ที่ใช้เอเจนต์หนักที่สุดคือกลุ่มเดียวกัน

จุดที่สำคัญกว่าเลข 14 เท่า: 70% ของโทเคนเอเจนต์คือแคช

ตัวเลขที่ผมคิดว่าเป็นแก่นจริง ๆ ของรายงานนี้ไม่ใช่การเติบโต แต่คือส่วนประกอบของมัน — เกือบ 70% ของโทเคนที่เอเจนต์ใช้มาจากพรอมป์ที่ถูกแคชไว้ ซึ่งคิดค่าบริการในอัตราที่ถูกกว่าโทเคนอินพุตปกติมาก

นี่คือเหตุผลที่กราฟปริมาณกับกราฟค่าใช้จ่ายแยกจากกัน ปริมาณโทเคนโต 14 เท่าไม่ได้แปลว่าบิลโต 14 เท่า และมันอธิบายพฤติกรรมของเอเจนต์ได้ตรงตัว: เอเจนต์ทำงานด้วยการวนลูป เรียกทูล → อ่านผล → คิดต่อ ซึ่งทุกรอบต้องส่งบริบทเดิมกลับเข้าไปใหม่ทั้งก้อน ส่วนที่ซ้ำนั้นคือส่วนที่แคชกินได้ ยิ่งลูปยาว สัดส่วนแคชยิ่งสูง

สำหรับคนที่กำลังสร้างเอเจนต์ ผลที่ตามมาคือ อัตราการโดนแคช (cache hit rate) กลายเป็นตัวแปรต้นทุนที่สำคัญกว่าราคาต่อโทเคนของโมเดลที่คุณเลือก และมันขึ้นกับดีไซน์ล้วน ๆ: พรอมป์ระบบต้องนิ่ง เครื่องมือต้องเรียงลำดับคงที่ ของที่เปลี่ยนทุกเทิร์น (timestamp, session id, ผลลัพธ์ล่าสุด) ต้องอยู่ ท้าย บริบทไม่ใช่ต้น เพราะการแทรกอะไรก็ตามไว้ต้น ๆ ทำให้ prefix ที่แคชไว้ใช้ไม่ได้ทั้งก้อน

ทำไมเรื่องนี้ถึงอธิบายข่าวอื่น ๆ ในเดือนนี้ได้

เมื่อสัดส่วนทราฟฟิกย้ายไปอยู่ที่เอเจนต์ พฤติกรรมของตลาดที่เราเห็นตลอดเดือน ส.ค. ก็เข้าที่

หนึ่ง — สงครามราคาที่เข้มขึ้น การที่ OpenAI ลดราคา GPT-5.6 Sol ลง 20%/33% เมื่อ 23 ส.ค. สมเหตุสมผลขึ้นมากถ้าลูกค้าหลักไม่ใช่มนุษย์ที่พิมพ์แชตวันละไม่กี่สิบครั้ง แต่เป็นลูปเอเจนต์ที่กินโทเคนต่อเนื่อง — ในตลาดแบบหลัง ความยืดหยุ่นต่อราคาสูงกว่ามาก เพราะสลับโมเดลคือการแก้ค่าคอนฟิกบรรทัดเดียว

สอง — บั๊กเรื่องบิลกลายเป็นเรื่องใหญ่ กรณีที่ Claude Code เผลอเรียก API ซ้ำจนบิลเพิ่มเท่าตัวบน Bedrock เป็นบั๊กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเพราะไม่มีใครนั่งดูทุกคำขอ เมื่อผู้ใช้โทเคนส่วนใหญ่เป็นซอฟต์แวร์ ความผิดพลาดเล็ก ๆ ในชั้นทรานสปอร์ตจึงขยายผลเป็นเงินจริงได้เร็วมาก

สาม — แรงกดดันให้เสิร์ฟเอง ยิ่งลูปเอเจนต์กินโทเคนมาก การย้ายบางส่วนของงาน (จัดหมวด สรุป ดึงข้อมูล) ไปโมเดลเปิดที่รันเองยิ่งคุ้มขึ้น ซึ่งเป็นแรงเดียวกับที่ทำให้เครื่องมืออย่างFreeTokenหรือการ post-train โมเดลเปิดเองแบบที่ Harvey ทำ มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ

มุมมอง AI Curator

พาดหัวแนว “AI กลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของ AI” ฟังดูเท่แต่ทำให้พลาดประเด็นที่ใช้งานได้จริง สิ่งที่ข้อมูลชุดนี้บอกจริง ๆ คือ หน่วยของอุปสงค์เปลี่ยนไปแล้ว — จากเดิมที่หนึ่งคำถามของมนุษย์ = หนึ่งคำขอ กลายเป็นหนึ่งคำถามของมนุษย์ = หลายสิบถึงหลายร้อยคำขอที่เครื่องยิงต่อกันเอง ซึ่งเปลี่ยนทุกอย่างตั้งแต่การออกแบบ rate limit การประมาณต้นทุน ไปจนถึงการวางแผนกำลังการผลิตของผู้ให้บริการ

ที่ผมอยากเตือนคือ อย่าตีความ 14 เท่าว่าเป็นการเติบโตของ “มูลค่า” ปริมาณโทเคนของเอเจนต์เป็นตัวชี้วัดที่พองง่ายที่สุดในวงการนี้ เพราะเอเจนต์ที่ออกแบบไม่ดีจะเผาโทเคนมากกว่าเอเจนต์ที่ออกแบบดีหลายเท่าโดยได้ผลลัพธ์เท่ากันหรือแย่กว่า — ซึ่งเป็นสิ่งที่งานของ Harvey วัดออกมาเป็นตัวเลขชัด ๆ ว่าการเทรนให้โมเดล ค้นน้อยลงแต่ตรงขึ้น ลดโทเคนในเทรซที่ทำสำเร็จได้ 58% ดังนั้นกราฟที่พุ่งขึ้นจึงเป็นส่วนผสมของ “มีคนใช้เอเจนต์มากขึ้น” กับ “เอเจนต์ยังไม่ประหยัด” ในสัดส่วนที่เรายังแยกไม่ออก

สำหรับทีมไทยที่คุมงบเป็นเงินบาท ข้อสรุปเชิงปฏิบัติมีสองข้อ ข้อแรก ถ้าคุณกำลังจะตั้งงบ AI ปีหน้าโดยประมาณจาก “จำนวนผู้ใช้ × ค่าเฉลี่ยต่อคน” สมมติฐานนั้นตายไปแล้วตั้งแต่ต้นปี — ตัวคูณที่แท้จริงคือจำนวนเทิร์นต่อภารกิจของเอเจนต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทีมวิศวกรรมคุมได้ ไม่ใช่ฝ่ายการตลาด ข้อสอง ถ้า 70% ของโทเคนคือแคช แปลว่า การรีแฟกเตอร์พรอมป์ให้แคชติดคือโครงการลดต้นทุนที่ ROI สูงที่สุดที่ทำได้ในสัปดาห์เดียว และมันไม่ต้องเปลี่ยนโมเดล ไม่ต้องเจรจาสัญญา ไม่ต้องขออนุมัติงบเพิ่ม — แค่ต้องมีคนที่เข้าใจว่า prefix cache ทำงานอย่างไรจริง ๆ

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — THE DECODER

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและกฎหมาย

Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน
ธุรกิจและกฎหมาย

Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน

อีเมลถึงลูกค้า API ตามรายงานของ The Decoder ระบุว่า Anthropic จะใส่ลายน้ำให้ Mythos 5, Opus 4.7, Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แต่สองรุ่นหลังทำงานเฉพาะเมื่อพารามิเตอร์สุ่มเป็นค่าเริ่มต้น ขณะที่หน้าเอกสารทางการยังไม่แสดงการรองรับและไม่พูดถึงเงื่อนไขนี้

· อ่าน 4 นาที
OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก
ธุรกิจและกฎหมาย

OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก

OpenAI แจ้งสมาชิก Trusted Access ว่าจะใช้ข้อมูลเซสชัน Daybreak Blue เทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้เคยปิดการแชร์ไว้ หลังถูกต้าน อีเมลฉบับที่สองขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกไม่เข้าร่วมแยกต่างหาก แต่เซสชันที่ถูกตั้งธงยังอาจถูกใช้เพื่อความปลอดภัย

· อ่าน 3 นาที
OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval
ธุรกิจและกฎหมาย

OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval

Model Spec ฉบับ 29 ต.ค. จัดโครงใหม่เป็น 5 คุณค่า เพิ่มหมวดการใช้บริบทและความจำ และหลักการรองรับการกำกับโดยมนุษย์ ขณะที่กฎสไตล์ส่วนใหญ่ รวมถึงหัวข้อ Markdown ถูกนำออก OpenAI ยังยอมรับว่าโมเดลที่ใช้งานจริงยังไม่ตรงตามเอกสารทั้งหมด

· อ่าน 4 นาที