NVIDIA ปล่อย Nemotron-3-Puzzle-75B-A9B โอเพนเวต — บีบโมเดล 120B เหลือ 75B แล้วได้ throughput เพิ่ม 2 เท่า
(ข่าวตามเก็บ — น้ำหนักโมเดลขึ้น Hugging Face เมื่อ 6 กรกฎาคม 2026 และมีการวิเคราะห์เชิงลึกตามมา 9 กรกฎาคม เราเพิ่งได้เขียนถึงวันนี้)
NVIDIA เปิดน้ำหนัก NVIDIA-Nemotron-Labs-3-Puzzle-75B-A9B ใต้ไลเซนส์ OpenMDW-1.1 — ไม่ใช่โมเดลที่เทรนใหม่จากศูนย์ แต่เป็น โมเดลที่ถูกบีบอัด มาจาก Nemotron-3-Super-120B-A12B ที่เราเคยเขียนถึงตั้งแต่มีนาคม
ตัวเลขคือหัวใจของข่าวนี้: จาก 120.7B พารามิเตอร์รวม / 12.8B active เหลือ 75.3B รวม / 9.3B active แล้วได้ server throughput สูงขึ้นราว 2 เท่า บนโหนด 8×B200 ที่ระดับ user throughput เท่ากัน — โดยความแม่นยำหล่นไปเพียงไม่กี่จุด
Puzzle คืออะไร: บีบอัดเป็นขั้นตอน ไม่ใช่ตัดทิ้ง
เทคนิคที่ใช้ชื่อว่า Iterative Puzzle — กรอบการบีบอัดหลังเทรน (post-training compression) ที่สลับระหว่าง การบีบแบบมีขอบเขต กับ การกลั่นความรู้ (knowledge distillation) สั้น ๆ เพื่อฟื้นความสามารถ ทำซ้ำเป็นรอบ ๆ แทนที่จะตัดพารามิเตอร์ทีเดียวจบแล้วหวังว่าโมเดลจะรอด
ทางเลือกของแต่ละเลเยอร์ถูกให้คะแนนแล้วเลือกด้วย mixed-integer programming เทคนิคย่อยที่ใช้มีทั้งการ prune ช่อง intermediate, ลดจำนวน expert ที่ top-k เลือก, และการปรับ state ของชั้น SSM
สถาปัตยกรรมที่ได้เป็น hybrid Mamba2-Transformer ผสม Latent MoE และ Multi-Token Prediction โดยมี 88 บล็อก แบ่งเป็น Mamba 40, MoE 40 และ attention 8 บล็อก — สังเกตว่า attention เหลือน้อยมาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่มันรับ context ยาวได้ถูกกว่าโมเดล transformer ล้วน
รองรับ context สูงสุด 1M โทเคน (ค่าเริ่มต้น 256K) และรองรับ 7 ภาษา (อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น สเปน จีน — ไม่มีไทย)
กำไรที่ได้ กับราคาที่จ่าย
ฝั่งกำไร วัดที่ระดับ NVFP4 quantization เท่ากัน บน 8×B200:
- ช่วง input 8K / output 64K (งาน reasoning ยาว): throughput 2.03–2.14 เท่า
- ช่วง input 50K / output 2K (งาน RAG/สรุปเอกสาร): throughput 1.60–1.79 เท่า
- บน H100 ตัวเดียวที่ context 1M: รับได้ 8 request พร้อมกัน เทียบกับ 1 request ของโมเดลแม่
ตัวเลขสุดท้ายคือตัวที่แรงที่สุด — จาก 1 เป็น 8 concurrent request บนการ์ดใบเดียวคือความต่างระหว่าง “สาธิตได้” กับ “ให้บริการได้”
ฝั่งราคา เทียบ BF16 กับโมเดลแม่:
| Benchmark | Puzzle-75B-A9B | Nemotron-3-Super-120B | ส่วนต่าง |
|---|---|---|---|
| MMLU-Pro | 82.4 | 83.8 | −1.4 |
| AIME25 | 89.7 | 92.2 | −2.5 |
| Arena-Hard-V2 | — | — | −4.2 |
| SWE-Bench | — | — | −2.6 |
| RULER 1M | — | — | −1.7 |
| AA-LCR | — | — | +0.1 |
ตกไปมากสุดคือ Arena-Hard-V2 (−4.2) ซึ่งวัดคุณภาพคำตอบแบบเปิด และ SWE-Bench (−2.6) ส่วนงาน long-context แทบไม่เสีย (AA-LCR ขึ้นนิดเดียว, RULER 1M ลง 1.7)
น้ำหนักมีให้สามแบบ — BF16, FP8 และ NVFP4 — ปรับจูนมาสำหรับ vLLM บน GPU สถาปัตยกรรม Hopper และ Blackwell รายละเอียดวิธีการอยู่ในเปเปอร์ arXiv:2607.04371
มุมมอง AI Curator
ปี 2026 วงการเลิกวัดกันที่ “โมเดลใครใหญ่กว่า” ไปแล้ว และโมเดลตัวนี้คือหลักฐานที่ชัดที่สุด — เพราะ NVIDIA ปล่อยโมเดลที่แย่กว่าโมเดลตัวเองโดยตั้งใจ แล้วเรียกมันว่าความสำเร็จ
เหตุผลที่มันสมเหตุสมผลคือ เศรษฐศาสตร์ของ inference ไม่ได้อยู่ที่คะแนน benchmark แต่อยู่ที่ ต้นทุนต่อ request การเสีย MMLU-Pro ไป 1.4 จุดแลกกับการรับ request ได้ 8 เท่าบนการ์ดใบเดียว เป็นดีลที่ทีม production แทบทุกทีมจะรับทันที ในขณะที่ทีมวิจัยจะปฏิเสธ — ซึ่งบอกเราว่าโมเดลนี้ไม่ได้ทำมาให้ขึ้นลีดเดอร์บอร์ด
จุดที่นักพัฒนาไทยควรอ่านให้ขาดคือ ตัวเลข H100 ตัวเดียว ภูมิภาคเราไม่ได้มีโหนด 8×B200 ให้เล่นกันทุกที่ แต่ H100 ใบเดียว — หรือคลาวด์ที่เช่า H100 รายชั่วโมง — เป็นสิ่งที่สตาร์ทอัพหรือทีมในมหาวิทยาลัยเอื้อมถึง การที่ context 1M รับได้ 8 request พร้อมกันแทนที่จะเป็น 1 เปลี่ยนโมเดลนี้จากของสาธิตเป็นของที่ตั้ง endpoint ให้ทีมใช้จริงได้
แต่ต้องอ่านให้ครบสองบรรทัด: ไม่มีภาษาไทยในรายชื่อ 7 ภาษาที่รองรับ และการบีบอัดมักทำให้ความสามารถภาษาที่อยู่ปลายแถวของ distribution เสียหายมากกว่าภาษาหลัก — ถ้าคุณจะใช้กับงานภาษาไทย ต้องวัดเองก่อน อย่าอนุมานจากคะแนน MMLU-Pro ภาษาอังกฤษ
ประเด็นที่ลึกกว่านั้น: Puzzle เป็นเทคนิค ไม่ใช่แค่โมเดล ถ้าการสลับ “บีบ → distill ฟื้น” เป็นรอบ ๆ ได้ผลจริงตามที่เปเปอร์อ้าง มันจะกลายเป็นขั้นตอนมาตรฐานหลังเทรนเสร็จ เหมือนที่ quantization กลายเป็นมาตรฐานไปแล้ว และนั่นแปลว่าโมเดลโอเพนเวตรุ่นถัดไปจะมาพร้อม “รุ่นบีบ” ตั้งแต่วันเปิดตัว — ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับทุกคนที่รันโมเดลเองมากกว่าคนที่เรียก API
ข้อสังเกตสุดท้ายที่ไม่ควรมองข้าม: ไลเซนส์ OpenMDW-1.1 ไม่ใช่ Apache 2.0 ก่อนเอาไปใช้เชิงพาณิชย์ ควรอ่านเงื่อนไขจริงจากหน้าโมเดล ไม่ใช่เหมาว่า “NVIDIA ปล่อยโอเพน” แล้วจบ
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด โมเดลใหม่
Google เปิดตัว Gemini 4 Carbon ขึ้นอันดับ 1 Artificial Analysis v5 ด้วยคะแนน 59 แต่ยังให้ใช้แค่นักป้องกันไซเบอร์กลุ่มเล็ก
Gemini 4 Carbon เปิดตัว 28 ต.ค. แซง Claude Opus 5.5 บน Intelligence Index v5 แค่ 1 คะแนน และตามหลังเพียง 3 คะแนนในดัชนี coding agent ราคาเปิดตัว $2/$10 แต่นักพัฒนาทั่วไปยังเรียกใช้ไม่ได้ ระหว่างที่ Google ค่อย ๆ เปิดผ่านโปรแกรม Fairwind
Microsoft ปล่อย Mage-VL-Cowork โมเดล 4B คุมเดสก์ท็อปและเทอร์มินัลในตัวเดียว ได้ 66% บน OSWorld-Verified สัญญาอนุญาต Apache-2.0
Mage-VL-Cowork ขนาด 4B ของ Microsoft เลือกเองว่าจะคลิกหน้าจอหรือสั่ง bash ทำคะแนน OSWorld-Verified 66.0% ใกล้ค่าอ้างอิงมนุษย์ 72.4% ในตารางเดียวกัน แต่คำว่าดีที่สุดในขนาด 4B มีคู่เทียบบนตารางนี้แค่รุ่นเดียว
Mistral ปล่อยน้ำหนัก Large 4 จริงแล้ว — 1T ราคาลดเกือบครึ่ง แต่บน AA ได้ 26 และสัญญาอนุญาตห้ามขายเป็น API ถ้าไม่มีใบอนุญาตแยก
Mistral ปล่อยน้ำหนัก Large 4 (Le Chonk) เมื่อ 29 ต.ค. เป็นรุ่นที่ฝึก RL ต่ออีกสามสัปดาห์หลัง preview ขนาด 1T ใช้พื้นที่ราว 1.06TB ราคา API ลดเหลือ $0.70/$2.10 Mistral นำ open-weight ด้าน coding แต่คะแนนรวม AA 26 ตามหลังโมเดลจีน และสัญญาอนุญาตกันธุรกิจ Model-as-a-Service